Radio Ga Ga : Queen

16388241_1338492916173287_1866066817456632858_n

5 กุมภาพันธ์ 1984
.
เพลง Radio Ga Ga ของ Queen ขึ้นสูงสุดอันดับ 2 ใน UK
.
มารู้จักเพลงที่เป็นต้นกำเนิดชื่อ Lady Gaga ในวันที่เธอขึ้นแสดง Super Bowl Halftime Show
.
เพลงนี้เกิดขึ้นในปี 1983 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของ MTV เมื่อ Music Video เริ่มเข้ามามีบทบาทในการเป็นสื่อสำคัญของวงการเพลงแทนที่วิทยุ และเป็นจุดที่สถานีวิทยุเข้าสู่ยุคตกต่ำเพราะรายการเพลงเปิดแต่เพลงฮิตเดิมๆ วนไป เพื่อแย่งชิงเรตติ้ง ทำให้ขาดความหลากหลาย และความสร้างสรรค์
.
วันหนึ่ง Felix ลูกชายลูกครึ่งฝรั่งเศสของ Roger Taylor มือกลองของวง Queen ทนกับเพลงที่เปิดซ้ำๆ และแนวเพลงคล้ายๆ กันไม่ไหวจนสบถออกมาว่า “Radio, Caca!” ซึ่ง caca ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “อึ” Roger รู้สึกชอบคำว่า Radio Ca-ca และคิดว่ามันใช้บรรยายความล้มเหลวของวงการวิทยุได้อย่างดี จึงนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง
.
“เพลงนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่ music video กำลังจะเข้ามาแทนที่ทุกสิ่งที่ฟังผ่านหู สิ่งที่มองเห็นด้วยตากำลังจะมีความสำคัญมากกว่าการฟัง” Roger Taylor กล่าว ซึ่งเพลงนี้ได้นำเหตุการณ์สำคัญของวงการวิทยุในศตวรรษที่ 20 มาเป็นส่วนหนึ่งในเพลง คือคำพูดของ Orson Welles ในปี 1938 จาก นิยาย The War of the Worlds ในท่อน “through wars of worlds/invaded by Mars” และคำปราศรัยของ Winston Churchill ผ่านวิทยุในปี 1940 ในท่อน “You’ve yet to have your finest hour”
.
แม้ Roger จะชอบชื่อ Radio Caca มาก แต่สมาชิกวงคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย และเปลี่ยนจากความหมายในเชิงด่า Caca เป็นคำว่า Gaga ซึ่งไม่มีความหมายเป็นทางการ แต่เป็นคำแสลงแปลว่า ‘คลั่งไคล้’ หรือ ‘บ้าบอ’ ในเนื้อเพลงที่เป็นการบอกเล่าความสำคัญของวิทยุให้ตระหนักในพลังของตัวเองก่อนที่จะถูกแทนที่ ‘เราได้ยินแต่ Radio Ga ga, Radio Goo Goo, Radio Blah Blah’ ซึ่งร้องซ้ำไปแสดงความซ้ำซากและไม่มีสาระ แต่ปิดท้ายว่า ‘ยังมีคนที่รักวิทยุอยู่นะ’
.
Radio Ga Ga ยังได้ชื่อว่าสร้างปรากฏการณ์เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในการแสดงคอนเสิร์ตของ Queen มากที่สุดเพลงหนึ่ง ด้วยท่อนสร้อยที่ติดหู และสามารถเล่นให้คนดูตบมือตามจังหวะได้ง่าย กล่าวกันว่าใน music video ของเพลงนี้นักแสดง extra ที่ถูกจ้างมาเป็นฝูงชนที่มาชมคอนเสิร์ต Queen ในโลกอนาคต สามารถตบมือตามจังหวะเพลงนี้ได้ตั้งแต่ฟังเพลงนี้เป็นครั้งแรก
.
Radio Ga Ga ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ Stefani Joanne Angelina Germanotta นำไปตั้งเป็นสมญานามในวงการว่า Lady Gaga “ฉันบูชา Freddie Mercury และวง Queen มาก ซึ่งเขามีเพลงฮิตชื่อ Radio Gaga คือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงชอบชื่อนี้” Gaga กล่าว “Freddie นั้นไม่มีใครเหมือน หนึ่งในผู้ที่มีความเป็นตัวเองมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป็อป เขาไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็นนักแสดงบนเวทีที่สุดวิเศษ มีพลังคุมเวที และเป็นคนที่เปลี่ยนบทบาทของตัวเองได้ตามใจนึก หรือพูดสั้นๆ อัจฉริยะ”
.
เรามารอดู Gaga กันว่าจะดำเนินรอยตามไอดอลของเธอได้ดีแค่ไหนใน Super Bowl Halftime Show พรุ่งนี้เช้านะครับ 🙂
.
ฟังเพลง : https://www.youtube.com/watch?v=azdwsXLmrHE
.
อ้างอิง : Roger Taylor & John Deacon – 1984 Breakfast Time Interview, Radio Modernism: Literature, Ethics, and the BBC 1922-1938 by Avery Todd, Songfacts, THE FEAR FACTOR; Lady Gaga used tough times as inspiration for her new album by John Dingwall
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s