Bedtime Story : Madonna

16832079_1351934711495774_5177481855203225799_n.jpg

19 กุมภาพันธ์ 1995
.
เพลง Bedtime Story ของ Madonna เข้าอันดับ 4 ในอังกฤษ
.
Feminist ที่ซ่อนอยู่
.
ในอัลบั้ม Bedtime Stories ที่เป็นการพลิกแนวเพลงของ Madonna นอกจากการทำแนว R&B ที่กำลังมาในอเมริกาโดยใช้โปรดิวเซอร์อย่าง Babyface และ Dallas Austin แล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอก็ต้องการเพลงที่สามารถเกิดในคลับเต้นรำของอังกฤษได้ ซึ่งในยุโรปขณะนั้นกระแสเพลง dub กำลังมาแรง เธอจึงเลือก Nallee Hooper มาทำเพลงให้ มาดอนน่าคิดว่าเพลงของ Hooper มีความเป็นยูโรเปี้ยนชัดเจนประกอบกับเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มที่เธอโปรดปรานคือ Debut ของ Björk
.
มาดอนน่าเชิญ Hooper มาช่วยทำเพลงร่วมกันกับ Marius de Vries ใน LA และเสนอให้ Bjork เขียนเพลงให้ Bjork กล่าวว่าเธอไม่ได้เป็นแฟนมาดอนน่า แต่ที่แต่งเพลงนี้ให้เพราะเป็นการแสดงน้ำใจต่อเพื่อนของเธอคือ Hooper ซึ่งในตอนแรกเธอไม่คิดจะแต่งเพลงเกี่ยวกับมาดอนน่าจนเกิดไอเดียว่า “ฉันคิดว่ามาดอนน่าเป็นคนประเภทใช้สมองซีกซ้ายมากไปหน่อย การกระทำของเธอจะมีตรรกะ มีการคำนวณอยู่ตลอดเวลา ฉันเลยคิดว่าเธอน่าจะลองเป็นคนใช้สมองซีกขวาขึ้นสักนิด ความคิดนี้ทำให้ฉันเริ่มสนใจจะเขียนเพลงให้ มันคล้ายๆ กับ Thom Yorke (นักร้องนำวง Radiohead) เขียนเพลงให้ฉัน เขาเขียนเนื้อเพลงที่ฉันไม่มีวันเขียนออกมา เป็นเพลงที่อยากให้ฉันร้อง” Bjork เล่า
.
“ในช่วงเวลานั้น มาดอนน่าเหมือนอยู่ในสถานการณ์ที่เธอต้องพยายามควบคุมทุกสิ่งตลอดเวลา ทำให้ฉันอยากให้เธอร้องท่อนที่ว่า “I’m not using words anymore, let’s get unconscious honey.” ไม่ต้องแคร์แล้วตรรกะ ทำตามสัญชาตญานซะ ปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” Bjork กล่าวในปี 2001 ว่า หลังจากผ่านช่วงนั้นมาดูเหมือนมาดอนน่าจะเป็นคนที่ปล่อยวางมากขึ้น
.
นอกจากตัวเพลงแล้ว Music Video เพลงนี้ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก ด้วยการใช้ทุนสร้างสูงเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ถึง 5 ล้านเหรียญ เทียบเท่ากับเพลง Express Yourself ของเธอ กำกับโดย Mark Romanek ที่เคยกำกับเพลง Rain มาดอนน่าได้พูดถึงคอนเส็พท์ว่า “แรงบันดาลใจของวิดีโอตัวนี้มาจากศิลปินนักวาดภาพแนว Surrealist ที่เป็นผู้หญิงอย่าง Leonora Carrington และ Remedios Varo โดยปรากฏในฉาก เช่นที่ฉันเอามือขึ้นไปในอากาศและมีดาวลอยอยู่รอบๆ ตัว (จากภาพ Sidhe the White People of the Tuatha de Danaan ปี 1954 ของ Carrington) ฉากที่ฉันเหาะผ่านโถงทางเดินที่ผมปลิวอยู่ด้านหลัง (จากภาพ The Call ปี 1961 ของ Varo) หรือฉากนกบินออกมาจากเสื้อคลุม (จากภาพ The Giantess ปี 1950 ของ Carrington) ภาพต่างๆ เพื่อแสดงการคารวะต่อศิลปินผู้หญิง รวมถึงยังมีบางส่วนจากงานของ Frida Kahlo เช่นกัน” นอกจากภาพที่เธอกล่าวถึงยังมีฉากสองใบหน้าในกระจก, ฉากแช่น้ำที่มีหัวนกลอยอยู่หรือปกซิงเกิ้ลที่เป็นรูปดอกไม้ในมือนี้ก็นำมาจากภาพของศิลปินทั้ง 2 เช่นกัน
.
แม้เพลงนี้จะกลายเป็นเพลงแรกของมาดอนน่าที่ไปไม่ถึง Top 40 ใน Billboard แต่นักวิจารณ์ชื่นชมทั้งตัวเพลงและมิวสิควิดีโอ โดยเฉพาะวิดีโอปัจจุบันถูกนำไปจัดฉายใน MoMA The Museum of Modern Art ในกรุงนิวยอร์ก รวมถึงการแสดงเปิดในงาน Brit Award ปี 1995 ที่เธอออกมาในชุดของ Versace ประหนึ่งนางพญาก็ได้รับการชื่นชม และพาเพลงเข้า Top 5 ใน UK และเป็นใบเบิกทางสู้อัลบั้มเพลงอิเล็คโทรนิก้าเต็มตัวใน Ray of Light
.
ตอนเพลงนี้ของมาดอนน่าออกมา ใครเหวอบ้างครับ 🙂
.
ฟังเพลง : https://www.youtube.com/watch?v=CSaFgAwnRSc
.
อ้างอิง : Björk talking about the creation of “Bedtime Story” by Nylon magazine, Madonna: Like an Icon by Lucy O’Brien, bjork.fr, wikiart.org, Music Video – A Forgotten Art by Material Salva+ion
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s