Do Somethin’ : Britney Spears

17991939_1408368999185678_89846267997193481_n.png

16 เมษายน 2005
.
เพลง Do Somethin’ ของ Britney Spears เข้าอันดับ 100 ใน Billboard อเมริกา ทั้งที่ไม่ได้ถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลอย่างเป็นทางการ
.
นอกอเมริกา เพลงนี้คือซิงเกิ้ลที่ 2 จากอัลบั้มรวมฮิต Greatest Hits : My Prerogative ซึ่งประสบความสำเร็จไปทั่วโลก เช่นเป็น Top 10 ในอังกฤษ และออสเตรเลีย Do Somethin’ แต่งและโปรดิวซ์โดย Bloodshy & Avant ทีมที่เคยสร้างความสำเร็จให้เธอมาแล้วในการโปรดิวซ์เพลง Toxic ซึ่งความน่าสนใจของเพลงนี้คือเป็นเพลงที่ Britney ต้องใช้พลังความกระตือรือล้นมากกว่าปกติในทุกๆ ด้าน รวมถึงเป็นเพลงที่เธอได้ปลดปล่อยจากการถูกควบคุมโดยค่ายเพลง
.
เดือนมกราคมปี 2005 บริทนี่ย์ได้โพสท์ข้อความในเว็บไซต์ของเธอว่า เธอค่อนข้างผิดหวังกับค่ายเพลง ที่ไม่มีแผนการจะตัดซิงเกิ้ลใดๆ ต่อจาก My Prerogative เธอบอกว่าการทำมิวสิควิดีโอเพื่อโปรโมทซิงเกิ้ลต่อไปเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ณ เวลานั้น ซึ่งความเห็นของเธอชนะ
.
Britney เข้ามามีส่วนร่วมกับวิดีโอนี้ เริ่มจากการคิดคอนเส็พท์ของมิวสิควิดีโอเอง สไตลิ่งเอง และออกแบบท่าเต้น โดยร่วมกำกับกับ Billie Woodruff ที่เคยกำกับ Born to Make You Happy และ Overprotected บริทนี่ย์กล่าวว่า Billie นั้นมีทั้งความสด และความกระตือรือล้น การทำงานในวิดีโอนี้ปราศจากความกดดัน เธอสนุกและใช้เวลาในการถ่ายทำเพียงแค่ 5 ชั่วโมง เธอกล่าวอีกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกว่าการทำงานเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตและเธอก็สนุกกับการได้ทำอะไรด้วยตัวเอง
.
สารสำคัญหนึ่งในวิดีโอเพลง Do Somethin’ คือความรู้สึกของ Britney ที่ส่งผ่านในนามของ “Mona Lisa” ที่เป็นชื่อบนประตูตอนเปิดเข้าวิดีโอ Mona Lisa เป็นชื่อเพลงที่ Britney แต่งและบันทึกเสียงขณะออกทัวร์ปี 2004 ก่อนประสบอุบัติเหตุเข่าบาดเจ็บในความหมายต้องการจะบอกว่าสิ่งที่ทุกคนมองเป็นภาพที่ เหลือเชื่อ ไม่อาจลืมเลือน แต่ถ้าภาพนั้นถูกทำลายไปก็คงจะโด่งดัง แต่ที่หลงเหลือไว้จะมีเพียงแค่กำแพงที่ว่างเปล่า
.
ซึ่งปี 2004 นี้เอง เป็นปีที่บริทนี่ย์เจอมรสุมข่าวมากที่สุดปีหนึ่งทั้งเรื่องการแต่งงาน 55 ขั่วโมง จนถึงความสัมพันธ์กับ Kevin Federline ขณะที่ภรรยาเก่าตั้งครรภ์ รวมถึงความรู้สึกอึดอัดสะสมจากอัลบั้ม In The Zone ที่ความรู้สึกเธอถูกกรองโดยค่ายเพลงจนเธอไม่อาจพูดทุกสิ่งที่เป็นตัวเอง หรือตอบโต้ใครแรงๆ (เช่นกรณี Cry Me A River) ในปี 2004 จึงเกิดภาวะที่เธออยากตอบโต้ค่ายเพลง เช่นการไม่อินกับทัวร์ ไม่มีการซ้อมก่อนเล่นจริง ไม่ร้องสดแม้แต่เพลงเดียว ถึงการแต่งเพลง Mona Lisa และใช้ช่วงลองเสียงในทัวร์อัดเพลงนี้แทน
.
จนปลายเดือนธันวาคม 2004 ในยุคที่ยังไม่มี Twitter ให้ศิลปินได้แสดงออกถึงความเป็นตัวเองหรือแอบเปิดเพลงใหม่ๆ Britney แสดงความเป็นผู้อยู่เหนือการควบคุมของค่ายเพลงอีกครั้ง ด้วยการนำเดโม่เพลง Mona Lisa ไปเปิดบางท่อนในสถานีวิทยุ KIIS FM และกล่าวว่าจะเป็นเพลงในอัลบั้มใหม่ของเธอที่อาจจะใช้ชื่อว่า Original Doll ก่อนที่ค่ายเพลงจะออกมาปฏิเสธว่ายังไม่มีแผนการใดๆ เรื่องอัลบั้มใหม่
.
ด้วยเหตุต่างๆ นี้เองจึงมีการกล่าวว่า ค่ายเพลงยอมแพ้การปฏิวัติของ Britney ด้วยการออกซิงเกิ้ล Do Somethin’ และให้เธอทำมิวสิควิดีโอในแบบที่เธออยากให้เป็น
.
It’s Britney, Bitch! มั๊ยล่ะ
.
ฟังเพลง : https://www.youtube.com/watch?v=Bb1ad7r5oN8
.
อ้างอิง : The Secret History Of Britney Spears’ Lost Album by Hunter Schwarz, BuzzFeed Staff, SO MUCH FOR ‘TAKING TIME OFF’: BRITNEY PREVIEWS NEW SONG ON L.A. RADIO STATION by Jennifer Vineyard, MTV News.

#เพลงเก่าเล่าเรื่องBritney

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s